



































































⚐✧23 มกราคม วันพระราชทานนาม “อุทยานหลวงราชพฤกษ์” ✧⚐
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนามสถานที่แห่งนี้ว่า “อุทยานหลวงราชพฤกษ์” โดย หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ได้ขอพระราชทานชื่อสวนซึ่งเป็นสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 แห่งนี้ว่า “สวนหลวงราชพฤกษ์” ต่อมาท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ ปฏิบัติราชการแทนราชเลขาธิการ ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อสวนดังกล่าวว่า ✧“อุทยานหลวงราชพฤกษ์” ✧และได้รับพระราชทานชื่อภาษาอังกฤษว่า ✧“Royal Park Rajapruek”✧ ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2553 เป็นต้นมา
.
❀ปัจจุบันอุทยานหลวงราชพฤกษ์ อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) โดยมีพันธกิจเป็นแหล่งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับโครงการตามแนวพระราชดำริ โครงการหลวงและการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน แหล่งเรียนรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม ด้านศิลปวัฒนธรรม ประเพณี รวมทั้งให้บริการพื้นที่เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ความสัมพันธ์ในครอบครัว และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่
.
✩ ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมาอุทยานหลวงราชพฤกษ์ได้ต่อยอดและรวบรวมความหลากหลายทางชีวภาพทั้งทรัพยากรพรรณไม้นานาชนิดจำนวนกว่า 25,000 รายการและได้รับรองมาตรฐานสวนพฤกษศาสตร์ระดับสากล BGCI และได้รับการรับรองมาตรฐานระดับที่ 3 ในการเป็นสวนพฤกษศาสตร์หรือสวนรุกขชาติที่มีมาตรฐานและดำเนินงานระดับมืออาชีพ จาก ArbNet ซึ่งเป็นเครือข่ายระดับนานาชาติของสวนรุกขชาติ และได้มุ่งมั่นขับเคลื่อนมุ่งสู่องค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2570 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593 และเป็นพื้นที่ต้นแบบการจัดการสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์อย่างยั่งยืน และได้การรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) และการรับรองให้เป็นองค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก ประจำปี 2567 (Climate Action Leading Organization: CALO)
.
อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่ที่ได้รับรางวัลมาตรฐานทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น รางวัล Green Destinations Top 100 Stories 2025 รางวัลระดับนานาชาติที่ตอกย้ำวิสัยทัศน์ 'Net-Zero Living Lab' โดยได้นำเรื่องราวความสำเร็จของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ภายใต้ชื่อ "The Royal Park Rajapruek - Thailand's First Net-Zero Botanical Garden Living Lab” ในหมวดหมู่ Environmental & Climate มากำหนดเป้าหมายเชิงนโยบายที่มุ่งมั่นในการพลิกโฉมแหล่งท่องเที่ยวเชิงพฤกษศาสตร์ ให้กลายเป็น "ห้องปฏิบัติการเพื่อความยั่งยืนที่มีชีวิต (Living Lab)" แห่งแรกของประเทศไทย ที่ได้บูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เข้ากับแนวคิดเศรษฐกิจ BCG และการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี พ.ศ. 2570
.
และในปี 2568 อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ยังได้คว้า 2 รางวัลใหญ่ จากรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย หรือ Thailand Tourism Awards ประจำปี 2568 ประเภทอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (รางวัลกินรี ครั้งที่ 15) ไม่ว่าจะเป็น รางวัลยอดเยี่ยม ประเภทองค์กรสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืน และรางวัลแห่งความยั่งยืน โดยโครงการ เทศกาลชมสวน : เบ่งบานด้วยดอกไม้ เติบโตด้วยหัวใจชุมชน
.
▶︎ ณ วันนี้อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติขนาดใหญ่ ส่งเสริมการเรียนรู้แบบ Long Life Learning ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบ Low Carbon ให้กับผู้รับบริการทุกกลุ่มทุกช่วงวัย และพร้อมเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเรียนรู้ที่ยั่งยืนของประเทศต่อไป
:
♣︎ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่
⏲︎ เปิดให้ชมสวนทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.
☏ สอบถามเพิ่มเติม 053-114110-2
Share this Post :