สถิตในใจไทยนิรันดร์

16/06/2026      จำนวนผู้เข้าชม 21 คน

สถิตในใจไทยนิรันดร์

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นที่รักใคร่ของพระบรมวงศานุวงศ์และราษฎรทุกหมู่เหล่า ทรงดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบรมชนกนาถ โดยได้ตามเสด็จไปทรงงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทรงศึกษาเรียนรู้การปฏิบัติพระกรณียกิจจากการทรงลงพื้นที่จริงซึ่งมีความหลากหลาย แล้วทรงนำมาปรับใช้ในการทรงงานเพื่อทรงแบ่งเบาพระราชภาระในภายหลัง ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ด้วยทรงพระปรีชาสามารถในงานด้านนิติศาสตร์และการต่างประเทศ จึงทรงมุ่งมั่นทุ่มเทพระวรกายปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อช่วยเหลือราษฎรผ่านการทรงงานอย่างมิทรงย่อท้อ ทรงสั่งสมพระประสบการณ์ผ่านการทรงงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ พระเกียรติคุณจึงเป็นที่ประจักษ์แจ้ง และทรงได้รับการยกย่องในประชาคมโลก

.

พระกรณียกิจสำคัญที่ทรงเอาพระทัยใส่อย่างต่อเนื่อง คือ การทรงงานเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องราชทัณฑ์ หรือผู้ต้องขัง มีพระดำริให้จัดตั้งโครงการกำลังใจ ในพระดำริฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่เคยก้าวพลาดให้ตระหนักว่ายังมีผู้ที่เต็มใจจะให้โอกาสและเอาใจช่วยให้พวกเขาสามารถเอาชนะปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ได้ โดยจัดโครงการฝึกอบรมวิชาชีพภายในเรือนจำและทัณฑสถานที่สามารถนำไปประกอบอาชีพได้ในอนาคต เมื่อทุกคนได้รับโอกาสที่สมควรแล้ว จะต้องรู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่น ซึ่งจะช่วยลดการกระทำผิดซ้ำซ้อน สามารถกลับมาเป็นประชากรที่มีคุณภาพ ช่วยให้สังคมส่วนรวมกลับมาอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข และทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะด้านกีฬาให้กับเด็กและเยาวชนในสถานพินิจ มีพระดำริให้จัดตั้งสโมสรกีฬาบีบีจีขึ้น ด้วยทรงเล็งเห็นถึงคุณประโยชน์ของการนำกีฬามาใช้ในการพัฒนาเด็กและเยาวชน และทรงสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการช่วยเหลือผู้ต้องขังป่วยให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมตามหลักมนุษยธรรม ผ่านโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์

.

และยังทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านต่างๆ ทั้งด้านสาธารณกุศลผ่าน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นองค์กรการกุศลไม่แสวงหาผลกำไร จัดตั้งตามพระดำริของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โดยทรงดำรงตำแหน่งเป็น นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโยงให้ภาครัฐ เอกชน และชุมชน ร่วมกันเกื้อหนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามทุกข์ยากจากอุทกภัย และภัยพิบัติที่รุนแรง อันได้แก่การร่วมกันระดมองค์ความรู้ นวัตกรรม กำลังแรงกาย ทุนทรัพย์ และจิตสาธารณะ เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างครบวงจร รวมทั้งการพัฒนาอาชีพ และคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากน้อยกว่าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากมากกว่า ผู้ที่แข็งแรงช่วยผู้อ่อนแอ เป็นต้น โดยมุ่งเน้นการประทังชีวิตและการฟื้นฟูสภาพจิตใจ มูลนิธิฯ ปฏิบัติงานและยึดหลักภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน”

.

พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยภาพที่เกี่ยวข้องกับด้านการพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมสุขอนามัยและความเป็นอยู่ของประชาชน สุขภาพผู้ต้องขังหญิง ทรงสนับสนุนการรักษาพยาบาลผู้ป่วยและส่งเสริมการศึกษาวิจัยทางการแพทย์และการพยาบาลมาโดยตลอด พระกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติ อาทิ “โครงการกำลังใจในพระดำริ” เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงและทารกที่เกิดในทัณฑสถานหญิง มูลนิธิกุมาร รพ.พระมงกุฎเกล้า ในการก่อตั้งอาคารผู้ป่วยเด็ก "อาคารพัชรกิติยาภา” เพื่อการศึกษาวิจัยและให้การช่วยเหลือดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กและครอบครัว

.

มากไปกว่านั้น ทรงมีบทบาทสำคัญในระดับนานาชาติ และได้รับแต่งตั้งจากสหประชาชาติให้เป็น “ทูตสันถวไมตรี” ด้านต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง ด้วยพระอัจฉริยภาพดังกล่าวและทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจเพื่อสุขภาพของปวงชนชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง พระเกียรติคุณปรากฏทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีให้ได้ดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทสืบไป

.

ด้านกฎหมาย ซึ่งทรงมีความเชี่ยวชาญ พระเกียรติคุณ รางวัลนักศึกษากฎหมายดีเด่นประจำปี ด้วยพระปรีชาสามารถ พ.ศ.2549 อัยการผู้ช่วย สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด พ.ศ.2550 - อัยการประจำกอง (ข้าราชการอัยการชั้น 2) สำนักงานคดียาเสพติด พ.ศ.2551 อัยการจังหวัดผู้ช่วย (ข้าราชการอัยการชั้น 2) สำนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี พ.ศ.2552 รองอัยการจังหวัดอุดรธานี (ข้าราชการอัยการชั้น 3) สำนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี พ.ศ.2553 รองอัยการจังหวัดพัทยา (ข้าราชการอัยการชั้น 3) สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา พ.ศ.2554 รองอัยการจังหวัดหนองบัวลำภู (ข้าราชการอัยการชั้น 3) สำนักงานอัยการจังหวัดหนองบัวลำภู ปีเดียวกัน อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน อีกทั้งทรงเป็นอาจารย์พิเศษ หลักสูตรปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

.

นอกจากอัยการสูงสุด ทรงเป็นเอกอัครราชทูต (นักบริหารระดับสูง) ประจำคณะกรรมาธิการแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย และทรงเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐออสเตรีย เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำประเทศสโลวาเกีย อีกตำแหน่งหนึ่ง เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำประเทศสโลวีเนีย อีกตำแหน่งหนึ่ง

.

พระองค์ทรงสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และดูแลช้าง ก่อเกิดเป็นโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ เพื่อดูแลสร้างความสมดุลระหว่างคนกับช้างในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ระยอง, จันทบุรี, ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับโครงการฯ ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานคณะกรรมการฯ

.

นอกจากนี้ พระองค์ทรงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้มีพระยศทางทหาร ทรงเป็นพลตรีหญิงและนายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ และนายทหารราชองครักษ์พิเศษ เมื่อเดือนมีนาคม 2561 พระองค์ทรงเปี่ยมไปด้วยพระวิริยอุตสาหะในการฝึกทหารเป็นอย่างยิ่ง อาทิ ทรงฝึกวิชากระโดดร่มแบบ static line ณ สนามกระโดดร่มท่าเดื่อ โรงเรียนสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี เป็นต้น

.

นอกจากนี้ ยังนับเป็นประวัติศาสตร์สำคัญเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศให้ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารรับราชการ ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารรับราชการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ประกอบมาตรา 4 มาตรา 8 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ.2560 มาตรา 10 มาตรา 13 และมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ.2560

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตำแหน่งเสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอก) ทรงดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัย รักษาพระองค์ (อัตรา พลเอก พิเศษ) ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2568

.

ตลอดระยะเวลาการทรงงาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงมุ่งมั่นปฏิบัติพระกรณียกิจ โดยทรงนำความรู้และพระประสบการณ์จากการทรงงานในด้านต่างๆ ทั้งในระดับประเทศและเวทีโลกมาปรับใช้ เพื่อพัฒนาประเทศชาติและประชาชน อันเป็นการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาราษฎร สมดั่งที่ทรงเป็นเจ้าฟ้าของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง

.

น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

แหล่งข้อมูล : LINE TODAY/ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย/ ไทยโพสต์


มูลนิธิโครงการหลวง
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ธนาคารแห่งประเทศไทย
gistda
ธนาคารกรุงไทย